More

    ไต้หวัน ทิพย์ ย่านคลองสามวา – Fo Guang Shan Thaihua Temple

    spot_img

    เมื่อช่วงเวลานี้ หลายคนยังมีความกังวลใจในการเดินทางออกนอกประเทศ โดยเฉพาะกับแถบเอเชียที่ผู้คนยังไม่ได้รับวัคซีนกันครบถ้วน เราเลยอยากชวนคุณมาเที่ยวไต้หวันแบบทิพย์ๆ กันในประเทศไทย
    สถาบันพุทธศาสนา เถรวาท-มหายาน โฝวกวงซัน (Fo Guang Shan Thaihua Temple )

    วัดแห่งนี้เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของพระคุณเจ้า พระเถระซิงหวิน เมื่อ พ.ศ. 2510 ณ เมืองเกาสง ไต้หวัน มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาให้แพร่หลายไปทั่วโลก โดยยึดหลักให้การศึกษาในการพัฒนาบุคคล สืบสานวัฒนธรรมในการประกาศพุทธธรรมคำสอน บำเพ็ญกุศลในการช่วยเหลือพัฒนาสังคม เน้นการปฏิบัติธรรมในการจรรโลงซึ่งจิตใจ โดยขยายการพัฒนาไปสู่ประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยผ่านวัดสาขากว่า 200 แห่งทั่วโลก โดยกรุงเทพฯ ก็เป็นหนึ่งใน 200 สาขา เพื่อให้คนไทยที่ยังไม่ได้มีโอกาสไปเยือนไต้หวัน ได้สัมผัสกับความงดงามของสถาปัตกรรมไต้หวันผสมผสานจีนนั่นเอง

    “โฝวกวงซัน” คือวัดสไตล์ไต้หวันแท้ๆ ที่เราจะพาคุณมาเที่ยวไต้หวันทิพย์ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ย่านคลองสามวา หลายคนมาเพื่อถ่ายภาพ เก็บบรรยากาศความสวยงาม ให้ได้ความรู้สึกเหมือนเดินทางออกนอกประเทศบ้างก็ยังดีใช่ไหม

    จากที่ศึกษาข้อมูลมา พบว่านอกจากความสวยงามแล้ว วัดแห่งนี้ คือสถาบันพุทธศาสนา เถรวาท-มหายาน เป็นสถาปัตกรรมจีนที่แท้จริง ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้ เป็นวัดสาขาที่มาจากไต้หวันโดยตรง
    ตั้งอยู่ชานเมือง ที่การจราจรไม่แออัด ในถนนคู้บอน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ
    ที่ตั้ง : สถาบันพุทธศาสนา เถรวาท-มหายาน โฝวกวงซัน (Fo Guang Shan Thaihua Temple )

    ความเป็นมาของวัด “โฝวกวงซัน”
    วัดแห่งนี้เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของพระคุณเจ้า พระเถระซิงหวิน เมื่อ พ.ศ. 2510 ณ เมืองเกาสง ไต้หวัน มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาให้แพร่หลายไปทั่วโลก โดยยึดหลักให้การศึกษาในการพัฒนาบุคคล สืบสานวัฒนธรรมในการประกาศพุทธธรรมคำสอน บำเพ็ญกุศลในการช่วยเหลือพัฒนาสังคม เน้นการปฏิบัติธรรมในการจรรโลงซึ่งจิตใจ โดยขยายการพัฒนาไปสู่ประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยผ่านวัดสาขากว่า 200 แห่งทั่วโลก โดยกรุงเทพฯ ก็เป็นหนึ่งใน 200 สาขา เพื่อให้คนไทยที่ยังไม่ได้มีโอกาสไปเยือนไต้หวัน ได้สัมผัสกับความงดงามของสถาปัตกรรมจีนไต้หวันนั่นเอง

    ภายในวัดแห่งนี้ ถูกออกแบบพุทธวิหารทั้งหมดภายใต้ศิลปะแบบไต้หวันผสมผสานจีน ประกอบไปด้วย พระอุโบสถ วิหารพระอวโลกิเตศวร เจดีย์พุทธรังษี ห้องวิปัสสนา หอฉัน ห้องเรียนพุทธศาสนา ห้องประชุม เรือนรับรอง กุฏิพระ หอพระไตรปิฎก (ห้องสมุด) หอระฆัง และหอกลอง เป็นต้น รวมทั้งลานจอดรถและสวนดอกไม้ เมื่อเข้าไปข้างในให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในประเทศจีน หรือไต้หวัน บรรยากาศคล้ายกำลังเดินเข้าไปในพระราชวังจีน


    เมื่อเดินทางไปถึงด้านหน้า สามารถเลี้ยวรถเข้าไปทางประตูเล็ก ที่มีป้อม รปภ. เพื่อนำรถเข้าไปจอดภายในบริเวณวัดได้ พร้อมกันนี้ยังสามารถจอดรถได้บริเวณไหล่ทาง รอบๆ ตัววัดอีกด้วย สำหรับใครที่จอดด้านหน้า ก็จะสะดวกหน่อย เพราะลงจากรถแล้วสามารถเดินเข้าจากประตูด้านหน้าที่เป็นโถงรับรองได้เลย โดยเมื่อก้าวบันไดสู่ทางเข้าด้านในจะเป็นโถงรับรอง จะพบกับ “ไมตรียกุมารสต” (พระศรีอริยเมตไตรย 100 กุมาร) ซึ่งวัดในจีนมักจะประดิษฐานองค์พระศรีอริยเมตไตรยไว้ที่ประตูบรรพตทางด้านหน้า เนื่องจากด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของท่านนั้น เพื่อคอยต้อนรับพุทธศาสนิกชน รวมถึงเพื่อการอยู่รวมกันอย่างสงบสุข นำไปสู่โชคลาภความเจริญรุ่งเรือง

    ความงดงามของวิหารกลาง
    หลุดออกจากห้องโถงชั้นแรกไป คุณจะพบกับความอลังการ พร้อมความงดงามของวัดแห่งนี้ ราวกับวัดในไต้หวันอย่างไรอย่างนั้น โดยบริเวณด้านข้างทั้งสองฝั่งคือ “ท้าวจตุมหาราชา” หรือเรียกกันว่า “มหาจตุวัชระ” โดยตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนานั้น ทรงเป็นธรรมบาลผู้พิทักษ์รักษาคุ้มครอง ซึ่งตามคติทางพระพุทธศาสนานั้น ในจตุรทิศทรงมีธรรมบาลคอยพิทักษ์คุ้มครองรักษาอยู่โดยรอบ ซึ่งในพุทธวิหารตามวัดวาอาราม จะสร้างเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่ ประดิษฐานไว้บริเวณประตูบรรพตทางเข้าเบื้องหน้า โดยแยกประดิษฐานอยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวา ก่อนเข้าถึงชั้นวิหารกลาง เราจะเห็นกำแพงสีขาวที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตเป็นรูปมังกรสีขาวโดดเด่นเป็นศูนย์กลางของทุกสายตาของผู้มาเยือน

    ภายในวิหารกลางอันโอ่อ่านี้เอง เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นองค์พระประธานทั้งสามองค์ สีทองสวยงามอร่ามตา รวมทั้งมีลวดลายแกะสลักอันอ่อนช้อยของเจ้าแม่กวนอินประดับบนกำแพงขนาบข้างองค์พระ ริมผนังโดยรอบจะมีช่องขนาดต่างๆ วางองค์พระหลากหลายขนาดประดับอยู่ ส่วนริมผนังด้านนอกตกแต่งด้วยแผ่นกระเบื้อง ฐานวิหารเป็นเป็นหินแกะสลักรูปดอกไม้สวยงาม เมื่อเดินชมรอบวิหารจะพบกับวิหารพระกษิติครรภ์และวิหารพระศากยมุนีตั้งอยู่บริเวณด้านหลัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ดีที่สุดของวัดเพื่อชมองค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ด้านหลัง
    ขอพรองค์เจ้าแม่กวนอิมอันงดงาม ใน “วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์”

    อีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาดเลยคือ “วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์” หรือบริเวณองค์เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่สีทองตั้งสูงสง่างาม รวมถึงมีรูปปั้นเทพจีนประดับอยู่รอบๆ ภายในเป็นห้องแอร์ มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานอยู่ตรงกลางวิหาร ทั้ง 4 ปาง ได้แก่ ปรางค์ประธานบุตร ปางประทานพร ปางประทานทรัพย์ และปางประธานโชคลาภ โดยรอบนอกของวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ จะประดับตกแต่งเป็นสวนสวยขนาดย่อม ให้ผู้มาเยือนได้มาเดินผ่อนคลายหรือถ่ายรูปกับบรรยากาศอันงดงามของบริเวณวัดไทยสไตล์ไต้หวันแห่งนี้


    นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถาปัตกรรมในกรุงเทพฯ ที่สวยงาม น่าไปเช็คอินในวัดหยุดนี้มากค่ะ นอกจากจะได้รูปภาพสวยๆ แล้ว ยังได้ศึกษาในการสืบสานวัฒนธรรมในการประกาศพุทธธรรมคำสอน บำเพ็ญกุศลในการช่วยเหลือพัฒนาสังคม และปฏิบัติธรรมในการจรรโลงซึ่งจิตใจไปในตัวอีกด้วย

    Related Post

    spot_img

    Recommended