ทุกช่วงเทศกาลอย่างสงกรานต์หรือปีใหม่ ภาพจำของพวกเราคือถนนที่โล่งจนแทบจะลงไปเดินเล่นกลางสี่แยกราชประสงค์ได้ ปรากฏการณ์ BKK Ghost Town กลายเป็นช่วงเวลาที่คนกรุงเทพฯ เฝ้ารอ เพราะมันคือช่วงเวลาเดียวที่เราจะได้เห็นเมืองหลวงในเวอร์ชันที่ไม่มีรถติด ไม่มีเสียงแตร และไม่มีความวุ่นวาย แต่สิ่งที่น่าสนใจในปีนี้คือ… ความเงียบเหงาที่คุ้นเคยจะยังเกิดขึ้นอยู่ไหม ในวันที่อะไรหลายอย่างรอบตัวเราเปลี่ยนไปแบบมองข้ามไม่ได้ เมื่อเมืองที่วุ่นวาย… จู่ๆ ก็ “โล่ง” พร้อมกัน ปรากฏการณ์เมืองร้างไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันคือ Moment สั้นๆ ที่เกิดขึ้นจริงทุกปี เมื่อถึงช่วงวันหยุดยาวคนจำนวนมหาศาลจะพร้อมใจกันเคลื่อนพลออกจากกรุงเทพฯ เพื่อมุ่งหน้ากลับภูมิลำเนาหรือไปเที่ยวต่างจังหวัด ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการที่เมืองทั้งเมืองดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด Traffic ลดลงแบบรู้สึกได้ โดยเฉพาะในย่านธุรกิจอย่างสาทรหรืออโศกที่ปกติจะแน่นขนัดจนขยับไปไหนไม่ได้ ช่วงเวลานี้แหละคือโอกาสทองของคนที่เลือกจะอยู่กรุงเทพฯ เพราะเราจะได้เห็น ถนนโล่ง ที่ไม่ได้เห็นบ่อยๆ ร้านอาหารที่เคยต้องจองคิวกันข้ามสัปดาห์จู่ๆ ก็มีโต๊ะว่าง หรือแม้แต่คาเฟ่ฮิตๆ ก็ดูสงัดลงจนเราสามารถนั่งจิบกาแฟได้แบบไม่ต้องรีบร้อน มันคือการพักครั้งใหญ่ของเมืองที่ขึ้นชื่อว่าวุ่นวายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แต่ปีนี้… สัญญาณบางอย่างบอกว่าอาจไม่เหมือนเดิม ความเงียบเชียบที่เป็นของตายมาตลอดหลายปี เริ่มมีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ๆ เกิดขึ้น เพราะในปีนี้มีปัจจัยที่ทำให้คนเมืองต้องเริ่มคิดหนักก่อนจะสตาร์ทรถออกเดินทาง สิ่งแรกที่เห็นชัดที่สุดคือเรื่องของ ค่าน้ำมัน ที่พุ่งสูงขึ้นแบบไม่มีท่าทีจะหยุดพัก การตัดสินใจขับรถกลับบ้านที่ต้องใช้ระยะทางไกลๆ กลายเป็นโจทย์ที่ต้องคำวอนความคุ้มค่ากันแบบนาทีต่อนาที หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าเงินจำนวนนั้นควรเอาไปใช้ทำอย่างอื่นที่จำเป็นกว่าไหม นอกจากเรื่องเงินแล้ว พฤติกรรมการเที่ยวก็เปลี่ยนไปด้วย เดี๋ยวนี้เทรนด์การพักผ่อนแบบไม่ต้องเดินทางไกลเริ่มมาแรง … Continue reading หรือปีนี้ BKK Ghost Town จะไม่เกิดขึ้นแล้ว? เมื่อค่าน้ำมันสูงขึ้นทำให้หลายคนเริ่มคิดหนัก “กับการกลับบ้านในปีนี้”
Copy and paste this URL into your WordPress site to embed
Copy and paste this code into your site to embed